ข้อบังคับสมาคมผู้ตรวจสอบภายใน

ข้อบังคับสมาคมผู้ตรวจสอบภายในแห่งประเทศไทย2556

ชื่อและที่ตั้ง

ข้อ 1 สมาคมนี้ชื่อว่า "สมาคมผู้ตรวจสอบภายในแห่งประเทศไทย" เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า"THE INSTITUTE OF INTERNAL AUDITORS OF THAILAND” ใช้ชื่อย่อภาษาไทยว่า "สตท" ใช้ชื่อย่อภาษาอังกฤษ "IIAT"
ข้อ 2 ที่ตั้งสำนักงาน เลขที่ 2 อาคารมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย ซอยทองหล่อ 25
ถนนสุขุมวิท 55 เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

วัตถุประสงค์
ข้อ 3 วัตถุประสงค์ของสมาคมมีดังนี้
3.1 เพื่อเป็นการยกมาตรฐานการปฏิบัติงานด้านตรวจสอบภายในของสมาชิก ให้มีมาตรฐานเทียบเท่ากับสากล
3.2 เพื่อเป็นการเผยแพร่บทบาทวิชาชีพต่อวงการธุรกิจในการบริหาร
3.3 เพื่อเป็นการส่งเสริมและเผยแพร่ผลงานดีเด่นของสมาชิกให้เป็นที่ยอมรับของวงการต่างๆ
3.4 เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ที่ประกอบอาชีพการตรวจสอบภายใน และเสริมสร้างความเข้าใจอันดีกับเพื่อนอาชีพอื่น
3.5 เพื่อเป็นแหล่งกลางในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เผยแพร่ข่าวสารและข้อมูลวิชาชีพแก่สมาชิก ผู้ประกอบวิชาชีพ ผู้ที่สนใจ สถาบันการศึกษา และสาธารณชน โดยจัดทำใน รูปแบบของวารสาร สิ่งพิมพ์ และสื่อสารในรูปแบบอื่น ๆ
3.6 ผสมผสานและหล่อหลอมหลักปฏิบัติอันเป็นเลิศในด้านบรรษัทภิบาล สังคมภิบาล และรัฐาภิบาล เพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ องค์กร และสังคม
3.7 เพื่อเป็นการเผยแพร่แนวปฏิบัติอันเป็นเลิศแก่ภาคธุรกิจ ภาคสังคมและภาครัฐบาลใน รูปแบบของการฝึกอบรม การเป็นที่ปรึกษาในการนำไปสู่การปฏิบัติในภาคสนาม และการให้บริการงานด้านการตรวจสอบภายใน โดยสมาคมสามารถรับเงินอุดหนุน
เงินบริจาค หรือค่าธรรมเนียมวิชาชีพได้
3.8 ไม่ขัดต่อกฎหมาย และไม่มีวัตถุประสงค์ ทางการเมือง
3.9 ไม่จัดตั้งโต๊ะบิลเลียดเพื่อเล่นการพนัน หรือพนันเอาทรัพย์สินกัน

ประเภทสมาชิกและสภาพของสมาชิก

ข้อ 4 สมาชิกสมาคมมี 3 ประเภท คือ
4.1 สมาชิกกิตติมศักดิ์
4.2 สมาชิกสามัญ
4.2.1 สมาชิกสามัญตลอดชีพ
4.2.2 สมาชิกสามัญราย 5 ปี
4.2.3 สมาชิกสามัญรายปี
4.3 สมาชิกวิสามัญ
ข้อ 5 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ บุคคลผู้ซึ่งทำประโยชน์ให้แก่สมาคม และ/หรือบุคคลที่คณะกรรมการ เกินกว่าสองในสามพิจารณาเห็นสมควรเชิญเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม
ข้อ 6 สมาชิกสามัญ ได้แก่ ผู้ที่ทำงานตรวจสอบภายในหรือผู้บริหารงานตรวจสอบภายใน หรือผู้ที่เคย ทำงานหรือเคยบริหารงานตรวจสอบภายในที่ได้ปฏิบัติงานหรือเคยปฏิบัติงานหรือผู้ที่มีผลประโยชน์เกี่ยวข้องกับงานตรวจสอบภายใน เช่น คณะกรรมการตรวจสอบ ผู้บริหาร ฯลฯ สมาชิกสามัญตลอดชีพ ได้แก่ ผู้ที่สมัครเป็นสมาชิกสามัญตลอดชีพ ก่อนวันที่ 1 มกราคม 2548 เท่านั้น
ข้อ 7 สมาชิกวิสามัญได้แก่ สถาบันที่สนใจวิชาชีพนี้โดยทั่วไป
ข้อ 8 การเป็นสมาชิกตามข้อ 6-7 ผู้สมัครต้องยื่นใบสมัครตามแบบของสมาคมต่อนายก/นายทะเบียน โดยมีสมาชิกรับรองอย่างน้อย 1 คน เพื่อขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการในการรับเข้าเป็นสมาชิก

ค่าบำรุงสมาคม

ข้อ 9 ค่าบำรุงสมาคมเก็บดังนี้
9.1 สมาชิกกิตติมศักดิ์ไม่ต้องเสียค่าบำรุง
9.2 สมาชิกสามัญสามารถชำระค่าบำรุงสมาคม ได้ 2 วิธี ดังนี้
9.2.1 สมาชิกสามัญรายปี ชำระค่าบำรุงเป็นรายปี ปีละ 1,000 บาท
9.2.2 สมาชิกสามัญราย 5 ปี ชำระค่าบำรุงครั้งละ 4,000 บาท
9.3 สมาชิกวิสามัญชำระค่าบำรุงปีละ 10,000 บาท
ปีการคิดค่าบำรุงสมาชิกเริ่มตั้งแต่เดือนที่สมัครนับไปจนครบ 12 เดือน

สิทธิของสมาชิก

ข้อ 10 สิทธิโดยทั่วไปของสมาชิกมีดังนี้
10.1 ได้รับข่าวสารทางวิชาการอย่างน้อยปีละ 4 ฉบับ
10.2 เป็นแหล่งกลางในการเผยแพร่ผลงาน ข้อคิดเห็นของสมาชิกให้กว้างขวางออกไปเพื่อที่ จะเป็นการยกระดับวิชาชีพ
10.3 ได้รับสิทธิอันพึงมีจากการที่สมาคมจะไปเป็นสมาชิกกับสถาบันวิชาชีพในต่างประเทศ ตามระเบียบการเป็นสมาชิกของสมาคมฯ
10.4 ได้รับส่วนลดในการเข้ารับการสัมมนาและกิจกรรมต่าง ๆ ที่สมาคมจัดขึ้น กรณีเป็นสมาชิกวิสามัญประเภทสถาบันมีสิทธิส่งพนักงานของสถาบันเข้ารับการสัมมนาและร่วมกิจกรรมต่าง ๆ ได้ครั้งละไม่เกิน 10 คนและมีสิทธิได้รับส่วนลดทุกคนเช่นเดียวกับสมาชิกสามัญ
10.5 ใช้สถานที่ของสมาคมตามวัตถุประสงค์ของสมาคมแต่ทั้งนี้ต้องเป็นไปตามระเบียบว่าด้วยการใช้สถานที่ของสมาคม
10.6 ติดต่อกับสมาคมฯ ตลอดถึงการสอบถามหรือให้ข้อคิดเห็นต่อคณะกรรมการตามวัตถุประสงค์ของสมาคม
10.7 ร้องขอต่อคณะกรรมการเพื่อตรวจทะเบียน เอกสารการบัญชี หรือทรัพย์สินของสมาคมได้ในเวลาอันควร
10.8 การขอเพิ่มวาระการประชุมใหญ่ ให้เสนอเป็นลายลักษณ์อักษรต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาในที่ประชุม แต่ต้องมีสมาชิกลงชื่อรับรองข้อเสนอไม่น้อยกว่า 10 คน
10.9 สมาชิก 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า 50 คน ทำหนังสือโดย ลงลายมือชื่อไว้ทุกคนยื่นต่อคณะกรรมการเพื่อเรียกประชุมเป็นกรณีพิเศษได้ แต่ต้องแสดงเหตุผลอันไม่ขัดต่อวัตถุประสงค์ของสมาคมที่จะจัดให้มีประชุมใหญ่ เป็นกรณีพิเศษไว้ในหนังสือที่ยื่นด้วย
ข้อ 11 สิทธิของสมาชิกสามัญในที่ประชุมใหญ่มีดังนี้
11.1 สมัครเข้ารับเลือกตั้งหรือเสนอชื่อสมาชิกอื่นเพื่อให้เข้ารับเลือกตั้งเป็นกรรมการ
11.2 ถูกเสนอชื่อเพื่อรับเลือกตั้ง และหรือแต่งตั้งเป็นกรรมการ
11.3 ออกเสียงลงมติ เสนอให้ลงมติ รับรองข้อเสนอที่สมาชิกอื่นเสนอสมาชิกสามัญลงคะแนนได้ 1 เสียง

หน้าที่ของสมาชิก

ข้อ 12 สมาชิกของสมาคม นอกจากมีหน้าที่ประการอื่นตามข้อบังคับนี้แล้วย่อมมีหน้าที่โดยทั่วไป มีดังนี้
12.1 ช่วยส่งเสริมเกียรติภูมิของสมาคม
12.2 ช่วยส่งเสริมให้มีการดำเนินการตามวัตถุประสงค์
12.3 ปฏิบัติตามระเบียบแบบแผนข้อบังคับของสมาคม

ความสิ้นสุดของสมาชิกภาพ

ข้อ 13 สมาชิกภาพแห่งสมาชิกสิ้นสุดเมื่อ
13.1 ตาย
13.2 ลาออก โดยแจ้งเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการ
13.3 เป็นบุคคลล้มละลาย
13.4 เป็นบุคคลสาปสูญตามคำสั่งของศาล
13.5 เป็นบุคคลไร้ความสามารถ
13.6 คณะกรรมการมีมติให้สมาชิกผู้นั้นพ้นจากสมาชิกภาพด้วย คะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ในกรณีที่ปรากฏอย่างชัดแจ้งอย่างใดอย่างหนึ่งต่อไปนี้
13.6.1 ประพฤติตนให้เป็นที่เสื่อมเสียแก่สมาคม และ/หรือเป็นที่รังเกียจของสังคม
13.6.2 ละเมิดระเบียบหรือข้อบังคับของสมาคมโดยเจตนาหรือเมื่อได้รับคำเตือนเป็นลายลักษณ์อักษรจากคณะกรรมการและยังกระทำอยู่อีก
13.7 เมื่อสถานภาพสิ้นสุดลงและมิได้ทำการต่ออายุสมาชิกภายใน 30 วันหลังวันหมดอายุที่ระบุในบัตรสมาชิก
ข้อ 14 สมาชิกใดหมดสภาพความเป็นสมาชิกภาพจะยกเอาสาเหตุการนั้นมาอ้างเพื่อเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากสมาคมหรือจากคณะกรรมการประการใดหาได้ไม่

การบริหาร

ข้อ 15 ให้มีคณะกรรมการสมาคมคณะหนึ่งเรียกว่า "คณะกรรมการ" ทำหน้าที่บริหารของสมาคม คณะกรรมการให้มีอย่างน้อย 9 คน ดำรงตำแหน่งนายก 1 คน อุปนายก 2 คน เลขาธิการ 1 คน เหรัญญิก 1 คน ส่วนอื่น ๆ ให้เป็นกรรมการกลาง
ข้อ 16 คณะกรรมการทั้งคณะมีสิทธิ และหน้าที่บริหารกิจการของสมาคมตามวัตถุประสงค์ และเพื่อ ความเจริญของสมาคม และต้องรับผิดชอบตลอดถึงการแสดงกิจการที่ได้ดำเนินงานของสมาคมต่อที่ประชุมใหญ่ รวมทั้งจัดให้มีบัญชีดังต่อไปนี้
16.1 จำนวนเงินที่สมาคมได้รับและจ่าย
16.2 ทรัพย์สินและหนี้สินของสมาคม
16.3 สมุดทะเบียนสมาชิกสมาคม ซึ่งแสดงรายการชื่อ ที่อยู่ ประเภทสมาชิก วันลงทะเบียนรับเป็นสมาชิก และขาดการเป็นสมาชิก
ข้อ 17 นายกจะแต่งตั้งกรรมการกลางแต่ละคนเป็นกรรมการเจ้าหน้าที่อื่นๆ อีก เพื่อให้รับผิดชอบกิจการตามวัตถุประสงค์ของสมาคมเป็นสัดส่วนเพิ่มไปจากหน้าที่ดังที่กำหนดไว้ในข้อ 16 ก็ย่อมกระทำได้
ข้อ 18 คณะกรรมการตามข้อ 15 ให้ดำเนินการเลือกตั้งและแต่งตั้งดังนี้ ให้ที่ประชุมใหญ่เสนอชื่อ ผู้ที่สมควรเป็นนายกสมาคมโดยมีสมาชิกสามัญรับรองไม่น้อยกว่า 5 คนแล้วให้สมาชิกที่ประชุม ใหญ่ออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้ง เพื่อให้ได้ผู้ที่ได้คะแนนสูงสุด และให้นายกสมาคมเป็นผู้เลือกกรรมการทั้งชุด
ข้อ 18 ทวิ ให้คณะกรรมการเป็นผู้แทนของสมาคมในกิจการอันเกี่ยวกับบุคคลภายนอก เพื่อการนี้คณะกรรมการจะมอบหมายให้ประธาน หรือกรรมการคนหนึ่ง หรือหลายคนเป็นผู้ทำการแทนก็ได้
ข้อ 19 นายกสมาคมอยู่ในตำแหน่งวาระละ 2 ปี แต่ไม่เกิน 2 วาระติดต่อกัน เริ่มใช้บังคับตั้งแต่พฤศจิกายน 2542 เป็นต้นไป
ข้อ 20 คณะกรรมการพ้นจากตำแหน่งเมื่อ
20.1 ครบตามวาระ
20.2 ขาดจากสมาชิกภาพ
20.3 ลาออก
20.4 ที่ประชุมใหญ่ด้วยคะแนนเสียง 2 ใน 3 ของผู้เข้าร่วมประชุมมีมติให้ออก
ข้อ 21 หากกรรมการตำแหน่งใดว่างลงก่อนกำหนดเวลา ตามข้อ 20 ให้นายกสมาคมแต่งตั้งสมาชิกสามัญขึ้นโดยความเห็นชอบของที่ประชุมคณะกรรมการเข้าดำรงตำแหน่งที่ว่างได้ เท่าที่อายุของคณะกรรมการชุดนั้น
ข้อ 22 ให้มีการประชุมคณะกรรมการตามปกติอย่างน้อยปีละ 3 เดือนต่อครั้งโดยให้นายกสมาคมเป็นผู้กำหนดและให้เลขาธิการเป็นผู้แจ้งให้กรรมการทราบวัน เวลา และสถานที่ พร้อมแจ้งระเบียบวาระล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน
ข้อ 23 การประชุมคณะกรรมการ ต้องมีกรรมการเข้าร่วมเกินครึ่งจึงถือว่าครบองค์ประชุม
ข้อ 24 กรรมการที่เข้าประชุมเท่านั้นมีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมได้คนละ 1 เสียง ถ้าเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมออกเสียงชี้ขาด

การประชุมและองค์ของที่ประชุมใหญ่

ข้อ 25 ให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง และอย่างช้าต้องไม่เกินเดือนพฤศจิกายนของทุกปี เพื่อ
25.1 รายงานของคณะกรรมการเกี่ยวกับกิจการในปีที่ล่วงมาแล้ว
25.2 พิจารณาและอนุมัติบัญชีงบดุลสำหรับปีที่ล่วงมาแล้ว
25.3 เลือกตั้งนายกเมื่อถึงกำหนดตามวาระตามที่ได้กล่าวแล้ว
25.4 เลือกตั้งผู้สอบบัญชีประจำปี
25.5 ปรึกษากิจการอื่น ๆ
ให้เลขาธิการแจ้งกำหนดวัน เวลา สถานที่ ที่จะประชุมพร้อมเอกสารที่เกี่ยวกับการประชุม ตามที่คณะกรรมการกำหนดไว้แก่สมาชิกก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 15 วัน
ข้อ 26 นอกจากการประชุมใหญ่สามัญตามข้อ 25 แล้ว อาจจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญได้โดย
26.1 คณะกรรมการมีมติให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ
26.2 สมาชิกเรียกร้องตามข้อ 10.9
ข้อ 27 องค์ประชุมใหญ่ จะต้องมีสมาชิกสามัญไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า 50 คน
ข้อ 28 สมาชิกที่เข้าประชุมหรือผู้รับมอบฉันทะโดยใช้แบบฟอร์มของสมาคมฯ เท่านั้นที่มีสิทธิลงคะแนน ในที่ประชุมได้คนละ 1 เสียง ถ้าเสียงเท่ากัน ให้นายกหรืออุปนายกที่ทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมออกเสียงชี้ขาด

การเงินและการบัญชี

ข้อ 29 ปีการเงินของสมาคมให้เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม และสิ้นสุดในวันที่ 30 มิถุนายนของปีถัดไป
ข้อ 30 เงินของสมาคมให้ฝากไว้ในธนาคารในนามของสมาคม แต่ให้เหรัญญิกหรือผู้ได้รับมอบหมายเก็บรักษาไว้เพื่อความสะดวกแก่การจ่ายเงินในกิจการประจำตามปกติได้ไม่เกิน 100,000 บาท

กรณีที่สมาคมมีเงินฝากธนาคารเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนเกินความจำเป้นให้นำไปลงทุนดังนี้

30.1 พันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย ตั๋วเงินคลัง สลากที่ออกโดยธนาคารของรัฐ หรือ ตราสารหนี้ที่รัฐบาลค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งหมด
30.2 เงินฝากธนาคารหรือบัตรเงินฝาก ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงินและตราสารหนี้อื่นๆ ที่ธนาคารเป็นผู้ออก ทั้งนี้ให้คณะกรรมการเป็นผู้อนุมัติวงเงินการลงทุนในสถาบันการเงินแต่ละแห่ง

ข้อ30ทวิ การถอนหรือการสั่งจ่ายเงินจากธนาคารให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด โดยมีกรรมการสมาคม 2 คน ลงนามร่วมกัน หรือกรรมการท่านใดท่านหนึ่งลงนามร่วมกับผู้อำนวยการสมาคมฯ
ข้อ 31 นายกสมาคม อุปนายก เลขาธิการหรือผู้อำนวยการ มีอำนาจอนุมัติการจ่ายเงินในกิจการของสมาคมตามวัตถุประสงค์ได้ดังต่อไปนี้ นายกสมาคม ครั้งละไม่เกิน 200,000 บาท อุปนายก ครั้งละไม่เกิน 150,000 บาท เลขาธิการหรือผู้อำนวยการ ครั้งละไม่เกิน 100,000 บาท หากเกินกว่านี้ให้เลขาธิการนำเสนอให้ที่ประชุมกรรมการอนุมัติในการประชุมกรรมการครั้งต่อไป

ข้อ 32 คณะกรรมการจะต้องจัดให้มีบัญชีลงรายการรับจ่ายเงิน และบัญชีทรัพย์สิน หนี้สินของสมาคม โดยถูกต้องตามความเป็นจริง พร้อมด้วยข้อความอันเป็นที่มาของรายการนั้น ๆ
ข้อ 33 การจ่ายเงินของสมาคมให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนดไว้

การเปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับและการเลิกสมาคม

ข้อ 34 ข้อบังคับของสมาคมจะเปลี่ยนแปลงแก้ไขได้ โดยมติที่ประชุมเท่านั้น และองค์ประชุมใหญ่จะต้องมีสมาชิกหรือผู้รับมอบฉันทะเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญ ทั้งหมด หรือไม่น้อยกว่า 50 คน มติของที่ประชุมใหญ่ในการให้เปลี่ยนแปลงแก้ไขข้อบังคับ จะต้องมีคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุมทั้งหมด
ข้อ 35 การเลิกสมาคมจะเลิกได้ก็โดยมติของที่ประชุมใหญ่ของสมาคม ยกเว้น เป็นการเลิกเพราะเหตุของกฎหมาย มติของที่ประชุมใหญ่ที่ให้เลิกสมาคมจะต้องมีคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของสมาชิกสามัญที่เข้าประชุมทั้งหมด และองค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมด
ข้อ 36 เมื่อสมาคมต้องเลิกไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ ก็ตาม ทรัพย์สินของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากที่ได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้วให้ตกเป็นของสภากาชาดไทย


คุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา, Ph.D
นายกสมาคมผู้ตรวจสอบภายในแห่งประเทศไทย
วาระ ปี 2555-2556

 1907
ผู้เข้าชม
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์