ร่างข้อบังคับ

ร่างข้อบังคับ

สมาคมผู้ตรวจสอบภายในแห่งประเทศไทย

พ.ศ.………………………..

ที่ประชุมใหญ่สมาคมผู้ตรวจสอบภายในแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ …………………..ได้มีมติให้ยกเลิก “ข้อบังคับสมาคมผู้ตรวจสอบภายในแห่งประเทศไทย 2557” และให้ใช้ข้อบังคับดังต่อไปนี้แทน

 

หมวด 1 บททั่วไป

            ข้อ 1.1        ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสมาคมผู้ตรวจสอบภายในแห่งประเทศไทย พ.ศ……….”

            ข้อ 1.2        ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ นายทะเบียนในท้องที่ที่สมาคมตั้งอยู่ได้รับจดทะเบียน

            ข้อ 1.3        ในข้อบังคับนี้

                              "สมาคม"              หมายถึง      สมาคมผู้ตรวจสอบภายในแห่งประเทศไทย

                              "คณะกรรมการ"     หมายถึง      คณะกรรมการสมาคม

                              “สมาชิก”              หมายถึง      สมาชิกทุกประเภทของสมาคม

                              "การประชุมใหญ่" หมายถึง      การประชุมใหญ่สามัญและการประชุมใหญ่วิสามัญ

             ข้อ 1.4       ชื่อสมาคม

                        สมาคมนี้ชื่อว่า"สมาคมผู้ตรวจสอบภายในแห่งประเทศไทย" เขียนเป็นภาษาอังกฤษว่า "THE INSTITUTE OF INTERNAL AUDITORS OF THAILAND"  ใช้ชื่อย่อภาษาไทยว่า "สตท."  ใช้ชื่อย่อภาษาอังกฤษว่า  "IIAT"

             ข้อ1.5         ที่ตั้งสมาคม

สมาคมตั้งอยู่ เลขที่ 2 อาคารมูลนิธิคณะเซนต์คาเบรียลแห่งประเทศไทย
ซอยทองหล่อ 25 ถนนสุขุมวิท 55 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพมหานคร

             ข้อ 1.6        ภาคผนวกแนบท้ายข้อบังคับนี้ถือว่าเป็นส่วนหนึ่งของข้อบังคับ

 

หมวดวัตถุประสงค์

            ข้อ 2.1        สมาคมมีวัตถุประสงค์  เพื่อส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบวิชาชีพตรวจสอบภายใน
ซึ่งรวมถึงวัตถุประสงค์ ดังต่อไปนี้

  • เพื่อเป็นตัวแทนของผู้ประกอบวิชาชีพตรวจสอบภายใน
  • เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในของสมาชิก ให้มีมาตรฐานเทียบเท่ากับสากล
  • เพื่อพัฒนาและเผยแพร่วิชาชีพการตรวจสอบภายในต่อองค์กรต่างๆ ในประเทศไทย
  • เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่ผลงานดีเด่นของสมาชิกให้เป็นที่ยอมรับของวงการต่างๆ
  • เพื่อส่งเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างผู้ที่ประกอบวิชาชีพตรวจสอบภายในกับ
    ผู้ประกอบวิชาชีพอื่น
  • เพื่อเป็นศูนย์กลางในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับวิชาชีพตรวจสอบภายในแก่สมาชิก และบุคคลทั่วไป
  • เพื่อผสมผสานและหล่อหลอมการตรวจสอบภายในให้เข้ากับหลักปฏิบัติอันเป็นเลิศด้านธรรมาภิบาล ให้สมาชิกและบุคคลทั่วไปนำไปเป็นแนวปฏิบัติเพื่อประโยชน์ของ
    องค์กร สังคม และประเทศชาติ
  • เพื่อเผยแพร่แนวปฏิบัติอันเป็นเลิศด้านการตรวจสอบภายในแก่ภาคธุรกิจ
    ภาคสังคม และภาครัฐ โดยการจัดฝึกอบรม การเป็นที่ปรึกษาในภาคปฏิบัติ รวมทั้งในการให้บริการด้านการตรวจสอบภายใน โดยสมาคมสามารถรับเงินอุดหนุน
    เงินบริจาค หรือค่าธรรมเนียมวิชาชีพได้
  • เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนให้สมาชิกได้รับประกาศนียบัตรด้านวิชาชีพตรวจสอบภายใน
  • เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนการสอนวิชาการตรวจสอบภายในของสถาบันหรือสถานศึกษาต่างๆ
  • เพื่อสนับสนุนและส่งเสริมให้ผู้ประกอบวิชาชีพตรวจสอบภายในได้สมัครเข้าเป็นสมาชิกของสมาคม เพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนาและผลักดันวิชาชีพให้เป็น
    ที่ยอมรับในระดับประเทศและระดับสากลอย่างเป็นรูปธรรมให้มากที่สุด
  • เพื่อดำเนินการอื่นใดที่จะเป็นประโยชน์ต่อสมาชิก

ทั้งนี้  สมาคมไม่มีวัตถุประสงค์ทางการเมืองและจะไม่จัดตั้งโต๊ะบิลเลียดเพื่อเล่นการพนันเอาทรัพย์สินกัน รวมทั้งเพื่อเล่นการพนันอื่น ๆ

     

หมวดสมาชิก

            ข้อ 3.1        ประเภทของสมาชิก

                               3.1.1 สมาชิกสมาคม มี 4 ประเภท ดังนี้

                                       1) สมาชิกกิตติมศักดิ์

                                        2) สมาชิกสามัญ

                                       3) สมาชิกวิสามัญ

                                       4) สมาชิกสมทบ

                               3.1.2 สมาชิกกิตติมศักดิ์   ได้แก่   บุคคลผู้ซึ่งทำประโยชน์ให้แก่สมาคม หรือวิชาชีพ
ตรวจสอบภายใน และ/หรือบุคคลที่คณะกรรมการพิจารณาเห็นสมควรเชิญ
เข้าเป็นสมาชิกของสมาคม

                               3.1.3 สมาชิกสามัญ ได้แก่   ผู้ที่ทำงานตรวจสอบภายใน หรือเป็นผู้บริหารของหน่วยงานตรวจสอบภายใน หรือผู้ที่เคยทำงานหรือเคยบริหารหน่วยงานตรวจสอบภายในมาก่อน รวมถึงผู้ที่ทำงานเกี่ยวข้องกับงานตรวจสอบภายใน

                               3.1.4 สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ สมาชิกที่เป็นนิติบุคคลซึ่งมีผู้ประกอบวิชาชีพตรวจสอบภายในอยู่ในสังกัด รวมถึงนิติบุคคลที่สนใจและ/หรือมีส่วนช่วยสนับสนุนวิชาชีพตรวจสอบภายใน

                               3.1.5   สมาชิกสมทบ   ได้แก่  นิสิตนักศึกษาและผู้ประกอบวิชาชีพอื่น รวมถึงบุคคลทั่วไปที่มีความสนใจจะเรียนรู้ในวิชาชีพตรวจสอบภายใน

           ข้อ 3.2          การรับสมัครสมาชิก

                              3.2.1 วิธีการรับสมาชิกของสมาคม ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการกำหนด

                              3.2.2 คณะกรรมการเป็นผู้พิจารณาให้ความเห็นชอบในการรับผู้สมัครเข้าเป็นสมาชิก

            ข้อ 3.3        ค่าบำรุงสมาคม

                              3.3.1 สมาชิกกิตติมศักดิ์ได้รับการยกเว้นค่าบำรุงสมาคม

                              3.3.2 สมาชิกอื่นนอกจากที่กล่าวตามข้อ 3.3.1 ให้ชำระค่าบำรุงสมาคมตามระเบียบ หลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด โดยความเห็นชอบของที่ประชุมใหญ่

            ข้อ 3.4        สมาชิกภาพ

                              3.4.1 สมาชิกภาพของสมาชิก เริ่มตั้งแต่วันที่ผู้สมัครชำระค่าบำรุงสมาคมและคณะกรรมการมีมติให้ความเห็นชอบในการรับเข้าเป็นสมาชิก  

                              3.4.2 สมาชิกภาพของสมาชิกสิ้นสุดลง เมื่อ

  • มิได้ต่ออายุสมาชิกภายใน 30  วันหลังวันหมดอายุ
  • ตายหรือสิ้นสภาพนิติบุคคลแล้วแต่กรณี
  • ลาออก โดยแจ้งเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการ
  • เป็นบุคคลล้มละลาย
  • เป็นบุคคลสาบสูญตามคำสั่งของศาล
  • เป็นบุคคลไร้ความสามารถ
  • คณะกรรมการลงมติให้ลบชื่อออกจากทะเบียนสมาชิกโดยคะแนนเสียง
    ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการที่เข้าประชุมด้วยเหตุใดเหตุหนึ่ง ดังต่อไปนี้
  • ประพฤติตนเป็นที่เสื่อมเสียแก่สมาคม และ/หรือเป็นที่รังเกียจของสังคม
  • ละเมิดระเบียบหรือข้อบังคับของสมาคมโดยเจตนาและเมื่อได้รับ
    คำเตือนเป็นหนังสือจากคณะกรรมการแล้วยังกระทำอยู่อีก

                              3.4.3 ผู้ที่หมดสภาพจากการเป็นสมาชิก จะยกเอาสาเหตุที่ทำให้หมดสภาพนั้นมาอ้าง

                                       เพื่อเรียกร้องค่าเสียหายใด ๆ จากสมาคมหรือคณะกรรมการมิได้               

            ข้อ 3.5        สิทธิของสมาชิก

                              3.5.1 สมาชิกมีสิทธิ ดังต่อไปนี้

  • เข้าร่วมกิจกรรมทุกประเภทของสมาคม
  • เสนอความคิดเห็นหรือให้คำแนะนำต่อสมาคมในเรื่องใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์ของสมาคม
  • เข้าร่วมประชุม อภิปราย แสดงความคิดเห็น และซักถามคณะกรรมการ
    ในที่ประชุมใหญ่
  • ได้รับการสนับสนุนในการแสดงผลงานด้านการตรวจสอบภายใน และเผยแพร่แก่ประชาชนทั่วไป
  • ได้รับส่วนลดในการเข้ารับการอบรมสัมมนาและเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ
    ที่สมาคมจัดขึ้น กรณีสมาชิกวิสามัญให้มีสิทธิส่งพนักงานของนิติบุคคลนั้นเข้ารับการอบรมสัมมนาและร่วมกิจกรรมต่างๆ ได้ครั้งละไม่เกิน 10 คน โดยมีสิทธิได้รับส่วนลดเช่นเดียวกับสมาชิกสามัญ
  • ขอตรวจสอบกิจการและทรัพย์สินของสมาคม โดยยื่นคำขอเป็นหนังสือ
    ถึงคณะกรรมการ
  • ออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุมใหญ่ ได้ 1 เสียง
  • สมัครรับเลือกตั้งหรือรับการแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคมหรือกรรมการตรวจสอบ

ทั้งนี้ให้สมาชิกสามัญเท่านั้นที่มีสิทธิตามข้อ 3.5.1(6)  ข้อ 3.5.1(7) และข้อ 3.5.1(8)

              ข้อ 3.6       หน้าที่ของสมาชิก

สมาชิกมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

  • ช่วยส่งเสริมเกียรติภูมิของสมาคม
  • ช่วยส่งเสริมและสนับสนุนการดำเนินงานของสมาคมให้บรรลุวัตถุประสงค์
  • ปฏิบัติตามจรรยาบรรณและระเบียบข้อบังคับที่สมาคมกำหนด
  • เข้าร่วมการประชุมใหญ่ของสมาคม
  • ชำระค่าบำรุงสมาคม
  • แจ้งให้สมาคมทราบเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่อยู่ เพื่อให้สมาคมสามารถ

ติดต่อกับสมาชิกได้

หมวด 4 คณะกรรมการ        

            ข้อ 4.1        องค์ประกอบของคณะกรรมการ

                              4.1.1 ให้มีคณะกรรมการ จำนวนไม่เกิน 13 คน ทำหน้าที่บริหารกิจการของสมาคม ประกอบด้วย

  • นายกสมาคม ซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งจากสมาชิกสามัญ
  • กรรมการ  ซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งจากสมาชิกสามัญ จำนวน 9 คน
  • กรรมการ  ซึ่งนายกสมาคมเสนอแต่งตั้งโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการ จำนวนไม่เกิน 3 คน

                              4.1.2  ให้นายกสมาคม เลือกกรรมการเพื่อแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอุปนายก 2 คน

                                        เลขาธิการ เหรัญญิก และนายทะเบียน ตำแหน่งละ 1 คน สำหรับตำแหน่ง
อุปนายกสมาคม  อย่างน้อย
1 คน  ต้องเป็นกรรมการที่มาจากการเลือกตั้ง
ส่วนตำแหน่งอื่น ๆ ถ้าจะมีให้เป็นไปตามที่คณะกรรมการกำหนดหรือให้ความเห็นชอบ

                              4.1.3 ให้กรรมการตำแหน่งต่าง ๆ ตามข้อ 4.1.2 มีหน้าที่รับผิดชอบตามภาคผนวก
ประกอบข้อบังคับนี้

            ข้อ 4.2           คุณสมบัติกรรมการ

                              กรรรมการต้องเป็นสมาชิกสามัญของสมาคมติดต่อกันไม่น้อยกว่า 3 ปี และต้องมีคุณสมบัติอื่นตามที่คณะกรรมการเลือกตั้งกำหนด โดยได้รับความเห็นชอบจาก
ที่ประชุมใหญ่ ยกเว้นกรรมการที่มาจากการแต่งตั้ง

            ข้อ 4.3        การเลือกตั้งกรรมการ

  • ให้มีคณะกรรมการเพื่อดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้งนายกสมาคม และกรรมการสมาคม โดยให้คณะกรรมการตรวจสอบตามข้อ 5.1 เป็นผู้สรรหาและเสนอแต่งตั้งกรรมการเลือกตั้ง ต่อคณะกรรมการสมาคมเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ
  • การเลือกตั้งนายกสมาคม และกรรมการสมาคม ให้เป็นไปตามระเบียบ หลักเกณฑ์ และวิธีการที่คณะกรรมการเลือกตั้งกำหนด โดยได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่
  • กรณีมีสมาชิกสามัญ สมัครรับการเลือกตั้งเป็นกรรมการ ไม่ครบตามจำนวนกรรมการ  ที่ข้อบังคับนี้กำหนด  หรือตามจำนวนกรรมการที่ครบวาระ  ให้คณะกรรมการที่มีอยู่  พิจารณาสรรหาและแต่งตั้งสมาชิกสามัญ  ที่เหมาะสมและมีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่ข้อบังคับกำหนด  ดำรงตำแหน่งกรรมการ  ที่ว่างโดยให้ถือเป็นกรรมการที่มาจากการเลือกตั้งโดยอนุโลม

            ข้อ 4.4        วาระการดำรงตำแหน่งของกรรมการ

                              4.4.1 กรรมการ อยู่ในตำแหน่งคราวละ 3 ปี นับแต่วันที่ได้รับการเลือกตั้ง

                              4.4.2 กรรมการ จะดำรงตำแหน่งติดต่อกันได้ไม่เกิน 2 วาระ  แต่เมื่อเว้นจากการดำรงตำแหน่งมาแล้วไม่น้อยกว่า 1 วาระ ให้มีสิทธิสมัครเข้ารับการเลือกตั้งหรือรับการแต่งตั้งเป็นกรรมการสมาคมได้อีก

            ข้อ 4.5        การพ้นจากตำแหน่งกรรมการ

                              4.5.1 ในการประชุมใหญ่สามัญทุกปี จะต้องมีกรรมการที่มาจากการเลือกตั้งตาม
ข้อ
4.1.1 (2) ออกจากตำแหน่ง จำนวน 1 ใน 3 หรือจำนวนใกล้เคียงที่สุดกับ 1 ใน 3 โดยในระยะเริ่มแรกของการใช้ข้อบังคับนี้   ให้ใช้วิธีจับสลากออกในปีที่ 1  และในปีที่ 2 สำหรับปีต่อๆไปให้กรรมการ  ที่มาจากการเลือกตั้ง ออกจากตำแหน่ง เมื่อครบวาระ 3 ปี ตามปรกติ

                              4.5.2 ให้กรรมการ พ้นจากตำแหน่งในกรณีดังต่อไปนี้

  • ครบกำหนดออกตามวาระ
  • ลาออกโดยมีหนังสือแจ้งสมาคม
  • ขาดคุณสมบัติตามข้อ 4.2 หรือขาดสมาชิกภาพตามข้อ 3.4.2
  • ที่ประชุมใหญ่มีมติด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุม ให้ถอดถอนออกจากตำแหน่ง
  • ขาดการประชุมคณะกรรมการติดต่อกัน 3 ครั้ง โดยไม่แจ้งเหตุผลอันสมควรให้คณะกรรมการทราบ

                              4.5.3 ในกรณีที่ตำแหน่งนายกสมาคม ว่างลงก่อนครบกำหนดออกตามวาระให้
อุปนายกสมาคม ที่เป็นกรรมการมาจากการเลือกตั้ง ทำหน้าที่รักษาการแทนนายกสมาคม สำหรับตำแหน่งกรรมการอื่น  หากว่างลงก่อนครบกำหนดออกตามวาระให้คณะกรรมการพิจารณาแต่งตั้งสมาชิกสามัญที่เหมาะสมและมีคุณสมบัติครบถ้วนดำรงตำแหน่งแทน  โดยกรรมการที่รักษาการแทนนายกสมาคม  หรือ  ที่ได้รับการแต่งตั้งนี้ให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ที่ตนแทน

                              4.5.4 กรรมการที่พ้นจากตำแหน่งและกรรมการที่เข้ามาดำรงตำแหน่งแทน ให้มี
การส่งมอบและรับมอบงานในหน้าที่ภายใน
1 เดือน ทั้งนี้ให้เป็นไปตามระเบียบ และหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด

            ข้อ 4.6        การประชุมคณะกรรมการ

  • ให้มีการประชุมคณะกรรมการอย่างน้อย 3 เดือนต่อครั้ง โดยให้มีการกำหนด
    วันเวลาในการประชุมไว้ล่วงหน้า ในกรณีจำเป็นนายกสมาคม หรือกรรมการจำนวนไม่น้อยกว่า
    3 คน อาจขอเรียกประชุมเพิ่มเป็นพิเศษก็ได้
  • การประชุมคณะกรรมการจะต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนกรรมการทั้งหมดที่มีอยู่ โดยเลขาธิการจะต้องแจ้งวาระการประชุมพร้อมเอกสารประกอบการประชุม ให้กรรมการทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วันก่อนวันประชุม
  • ให้นายกสมาคม ทำหน้าที่เป็นประธานในที่ประชุม หากนายกสมาคมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ให้ที่ประชุมแต่งตั้งอุปนายกที่เป็นกรรมการมาจากการเลือกตั้ง นทีทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมแทน
  • มติของที่ประชุมให้ถือเอาเสียงข้างมาก ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธาน
    ในที่ประชุมออกเสียงได้อีกหนึ่งเสียงเป็นเสียงชี้ขาด

            ข้อ 4.7        อำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

                              4.7.1 ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

  • ปฏิบัติตามกฎหมาย วัตถุประสงค์ และข้อบังคับของสมาคม รวมถึงมติของ
    ที่ประชุมใหญ่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังรอบคอบ โดยการบริหารงานอย่างมีธรรมาภิบาล โปร่งใส เปิดเผย เที่ยงธรรม เน้นการมีส่วนร่วมของสมาชิก และสามารถตรวจสอบได้
  • กำหนดนโยบายและทิศทางการดำเนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคม และกำกับดูแลให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  • วางระเบียบในการปฏิบัติงานด้านต่างๆ ของสมาคม รวมถึงการกำหนดบทบัญญัติเกี่ยวกับจรรยาบรรณในการดำเนินงานและจริยธรรมของกรรมการ สมาชิก พนักงาน และผู้ปฏิบัติงานของสมาคม โดยเฉพาะเรื่องที่เป็นรายการเกี่ยวโยงและ/หรือที่อาจขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) กับสมาคม
  • แต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินกิจการต่างๆ ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคม
  • จัดให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปี
  • ดำเนินการเพื่อเพิ่มจำนวนสมาชิกอย่างเป็นรูปธรรมและมีนัยสำคัญ
    อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งเผยแพร่ความรู้ สร้างเสริมสมรรถภาพของสมาชิกและผู้สนใจในวิชาชีพตรวจสอบภายใน ให้บรรลุผลสัมฤทธิ์ในการสอบวุฒิบัตรสากลทางวิชาชีพตรวจสอบภายในเพื่อให้สอดคล้องกับพัฒนาการและการเติบโตของวิชาชีพอย่างเหมาะสม
  • สรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนผู้จัดการสมาคม รวมถึงพิจารณาความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งของผู้จัดการสมาคม
  • ปฏิบัติงานอื่นตามที่ได้รับมอบหมายจากที่ประชุมใหญ่

                              4.7.2 ให้นายกสมาคม มีอำนาจกระทำการแทนสมาคม ในกิจการที่เกี่ยวกับบุคคลหรือหน่วยงานภายนอก ในการนี้นายกสมาคมจะมอบหมายเป็นหนังสือให้กรรมการอื่น  กระทำการแทนตนเฉพาะกิจการใดก็ได้

            ข้อ 4.8       กรรมการสมาคม  จะต้องไม่มีรายการเกี่ยวโยง  โดยได้รับประโยชน์จากสมาคม  เช่น การรับเป็นวิทยากรหรือเป็นผู้ให้บริการด้านอื่นๆ  โดยได้รับค่าตอบแทนจากสมาคม ยกเว้น กรณีที่เป็นไปตามขอบเขต  หลักเกณฑ์  และเงื่อนไข ที่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่

            ข้อ 4.9        การปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการจะไม่ได้รับค่าตอบแทนใดๆ ยกเว้นค่าพาหนะจากสมาคม  ซึ่งอัตราการจ่ายค่าพาหนะจะต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่

 

หมวด 5 การกำกับดูแล

            ข้อ 5.1        ให้มีคณะกรรมการตรวจสอบประกอบด้วยกรรมการซึ่งที่ประชุมใหญ่เลือกตั้งจากสมาชิกสามัญ จำนวน 3 คน โดยกรรมการตรวจสอบทุกคนต้องเป็นกรรมการอิสระที่ไม่มีสถานะเป็นกรรมการสมาคมตามข้อ 4.1.1 และให้คณะกรรมการตรวจสอบเลือกกรรมการตรวจสอบคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานกรรมการตรวจสอบ

            ข้อ 5.2        ให้นำข้อบังคับเกี่ยวกับคุณสมบัติ การเลือกตั้ง การดำรงตำแหน่ง การพ้นจากตำแหน่ง การประชุม และค่าพาหนะของกรรมการสมาคม มาใช้บังคับกับกรรมการตรวจสอบโดยอนุโลม

            ข้อ 5.3         ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีหน้าที่ปฏิบัติตามกฎบัตร ที่ได้รับความเห็นชอบจาก
ที่ประชุมใหญ่ รวมถึงมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

  • สอบทานการปฏิบัติงานของสมาคมให้เป็นไปตามกฎหมาย ข้อบังคับ และมติของ
    ที่ประชุมใหญ่
  • สอบทานการดำเนินงานของสมาคมให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสมาคม
  • สอบทานกระบวนการจัดทำรายงานทางการเงิน และประสานงานกับผู้สอบบัญชี
  • สอบทานการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลหรือการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  • สอบทานการบริหารความเสี่ยง และความเพียงพอและมีประสิทธิผลของระบบการควบคุมภายใน
  • สอบทานและให้ความเห็นเกี่ยวกับการปฏิบัติงานตรวจสอบภายในของสมาคม
  • สอบทานรายการเกี่ยวโยง และ/หรือรายการที่อาจขัดแย้งทางผลประโยชน์ (Conflict of Interest) กับสมาคม
  • เสนอแต่งตั้งผู้สอบบัญชี และกำหนดค่าตอบแทนเพื่อให้คณะกรรมการสมาคม พิจารณาให้ความเห็นชอบก่อนเสนอต่อที่ประชุมใหญ่
  • คัดเลือกและเสนอแต่งตั้งคณะกรรมการเลือกตั้ง ตามหลักเกณฑ์ และวิธีการที่ได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่
  • รายงานการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบพร้อมข้อสังเกต ความเห็นและข้อเสนอแนะต่อที่ประชุมคณะกรรมการสมาคมอย่างน้อยไตรมาสละ 1 ครั้ง และต่อที่ประชุมใหญ่ปีละครั้ง

            ข้อ 5.4        ให้กรรมการตรวจสอบ มีสิทธิเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการสมาคม เพื่อรับทราบ
การบริหารกิจการของสมาคม รวมทั้งให้ข้อสังเกต ความเห็นและข้อเสนอแนะ แต่กรรมการตรวจสอบที่เข้าร่วมประชุมจะไม่มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนในที่ประชุม

            ข้อ 5.5        ในการปฏิบัติหน้าที่ตามข้อ 5.3 หากมีเหตุอันชวนสงสัยว่าจะทำให้สมาคมได้รับความเสียหายหรือเสื่อมเสียชื่อเสียงอย่างมีนัยสำคัญ ให้คณะกรรมการตรวจสอบมีอำนาจดังต่อไปนี้

  • สอบสวนข้อเท็จจริง รวมถึงการขอให้กรรมการ อนุกรรมการ พนักงานและลูกจ้างของสมาคมชี้แจงข้อเท็จจริง  พร้อมส่งมอบเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวข้องตามที่ร้องขอ
  • ขอให้คณะกรรมการ หรือคณะอนุกรรมการ ระงับ แก้ไข หรือวางมาตรการแก้ไข
    การกระทำอันเป็นการขัดต่อกฎหมาย วัตถุประสงค์ หรือข้อบังคับของสมาคม

            ข้อ 5.6        คณะกรรมการของสมาคม ต้องอำนวยความสะดวกและสนับสนุนการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ รวมถึงการให้คณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้จัดหา ผู้ตรวจสอบภายในที่รายงานตรงต่อคณะกรรมการตรวจสอบ  ตลอดจนมอบหมายให้คณะกรรมการตรวจสอบเป็นผู้ประเมินผลการปฏิบัติงานและพิจารณาค่าตอบแทนของ  ผู้ตรวจสอบภายในเสนอต่อคณะกรรมการสมาคมเพื่ออนุมัติ 

หมวด 6 การประชุมใหญ่

           ข้อ 6.1        กำหนดการประชุมใหญ่

  • ให้มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีอย่างน้อยปีละหนึ่งครั้ง ไม่เกินเดือนพฤศจิกายนของทุกปี
  • ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นสมควรเมื่อมีเหตุใดเหตุหนึ่ง หรือสมาชิกสามัญ
    ไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมด หรือสมาชิกสามัญจำนวน
    ไม่น้อยกว่า
    50 คนแสดงความจำนงโดยยื่นหนังสือถึงเลขาธิการของสมาคมขอให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ ให้คณะกรรมการนัดประชุมใหญ่วิสามัญภายใน 30 วันนับแต่วันที่ได้รับคำร้องขอ

            ข้อ 6.2        องค์ประชุม

ในการประชุมใหญ่ของสมาคม ไม่ว่าจะเป็นการประชุมใหญ่สามัญประจำปีหรือ
การประชุมใหญ่วิสามัญ  จะต้องมีสมาชิกมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมดหรือ สมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่า 50 คน จึงจะเป็นองค์ประชุม สมาชิกจะมอบอำนาจให้ผู้อื่นเข้าร่วมประชุมและออกเสียงลงคะแนนแทนตนมิได้

            ข้อ 6.3        มติของที่ประชุม

ให้ถือเอาคะแนนเสียงข้างมากเป็นมติของที่ประชุม ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธาน
ที่ประชุมออกเสียงชี้ขาด

            ข้อ 6.4        การบอกกล่าวนัดประชุม           

  • คณะกรรมการจะต้องส่งหนังสือแจ้งให้สมาชิกทราบสถานที่ วัน เวลา และระเบียบวาระของการประชุมใหญ่ก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 14 วัน
  • การประชุมใหญ่ที่ได้เรียกนัดประชุมในวันและเวลาใด หากไม่ครบองค์ประชุมและการประชุมนั้นได้เรียกตามคำขอของสมาชิกให้งดการประชุม แต่ถ้าเป็นการประชุมใหญ่ที่สมาชิกมิได้ร้องขอแล้ว ให้เรียกประชุมใหญ่อีกครั้งภายใน 14 วันนับแต่วันนัดประชุมครั้งแรก ในการนัดประชุมใหญ่ครั้งหลังนี้จะมีสมาชิกมาประชุมมากน้อยเพียงใดก็ให้นับเป็นองค์ประชุมได้

            ข้อ 6.5        ประธานในที่ประชุม

  • ให้นายกสมาคมเป็นประธานในที่ประชุม ถ้านายกสมาคมไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ อันเนื่องมาจากเหตุสุดวิสัยให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งทำหน้าที่ประธานในที่ประชุมแทน ยกเว้น วาระการเลือกตั้งนายกสมาคม กรรมการสมาคม และกรรมการตรวจสอบ ให้ประธานคณะกรรมการเลือกตั้งทำหน้าที่เป็นประธานที่ประชุม
  • ในการประชุมใหญ่ทุกครั้ง ให้ประธานที่ประชุมจัดสรรเวลาแก่สมาชิกในการซักถาม ตั้งข้อสังเกต ให้ความเห็น และข้อเสนอแนะเกี่ยวกับกิจการของสมาคมอย่างเหมาะสมตามควร

            ข้อ 6.6         วิธีการออกเสียงในที่ประชุมใหญ่

                              การออกเสียงในที่ประชุมใหญ่ ให้ถือปฏิบัติได้ 2 วิธี ดังนี้

  • การลงคะแนนโดยเปิดเผยให้ใช้วิธีชูมือ
  • การลงคะแนนลับให้ใช้วิธีเขียนในบัตรลงคะแนน โดยจะใช้วิธีนี้ได้ก็ต่อเมื่อคณะกรรมการหรือสมาชิกไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกที่มาประชุมร้องขอ

            ข้อ 6.7        วาระการประชุม

                              6.7.1 ในการประชุมใหญ่สามัญประจำปีต้องมีวาระการประชุมอย่างน้อยดังต่อไปนี้

  • รับรองรายงานการประชุมใหญ่คราวก่อน
  • รายงานผลการดำเนินงานในรอบปีที่ผ่านมารวมถึงการปฏิบัติตามนโยบาย
    ที่นายกสมาคมได้แถลงไว้ต่อที่ประชุมใหญ่
  • รายงานการปฏิบัติหน้าที่พร้อมความเห็นของคณะกรรมการตรวจสอบ
  • พิจารณาอนุมัติงบการเงินที่ผ่านการตรวจสอบจากผู้สอบบัญชีแล้ว
  • แต่งตั้งผู้สอบบัญชีและกำหนดค่าตอบแทน
  • เลือกตั้งกรรมการสมาคมและกรรมการตรวจสอบแทนผู้ดำรงตำแหน่งที่ครบวาระ

                              6.7.2 การขอเพิ่มวาระการประชุมใหญ่สามัญประจำปีในระหว่างการประชุมจะกระทำมิได้  หากสมาชิกประสงค์จะขอเพิ่มวาระการประชุมให้ยื่นหนังสือ พร้อมทั้งแจงเหตุผลต่อเลขาธิการของสมาคมภายในเดือนกันยายนของปีนั้น โดยต้องมีสมาชิกสามัญลงลายมือชื่อรับรองจำนวนไม่น้อยกว่า 10 คน เพื่อให้คณะกรรมการ พิจารณาบรรจุเป็นวาระการประชุมต่อไป กรณีคณะกรรมการเห็นว่าไม่ควรบรรจุเป็นวาระการประชุมให้แจ้งเหตุผลต่อสมาชิกผู้ร้องขอและรายงานต่อที่ประชุมใหญ่เพื่อทราบด้วย

 

หมวด 7 การเงินและการบัญชี

            ข้อ 7.1        การรับจ่ายเงิน

                              การรับเงินและการจ่ายเงินรวมถึงอำนาจอนุมัติของสมาคมให้เป็นไปตามระเบียบหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนดและได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่

            ข้อ 7.2        การลงทุน

                              เงินของสมาคมนอกเหนือจากการที่ได้สำรองไว้ใช้หมุนเวียนในกิจการประจำตามปกติ หากมีมากเกินความจำเป็นให้คณะกรรมการนำไปลงทุนให้เกิดผลประโยชน์ต่อสมาคมในทางใดทางหนึ่งดังต่อไปนี้

  • นำไปฝากธนาคารหรือลงทุนในบัตรเงินฝาก ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตั๋วแลกเงินและ
    ตราสารหนี้อื่นๆ ที่ธนาคารเป็นผู้ออก
  • ลงทุนในพันธบัตรรัฐบาล พันธบัตรรัฐวิสาหกิจ พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย ตั๋วเงินคลัง สลากที่ออกโดยธนาคารของรัฐ หรือตราสารหนี้ที่รัฐบาลค้ำประกันเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งหมด
  • ลงทุนอื่น ๆ นอกเหนือจากที่กล่าวตามข้อ 7.2 (1) และข้อ 7.2 (2) ให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่คณะกรรมการกำหนดและได้รับความเห็นชอบจาก
    ที่ประชุมใหญ่ ทั้งนี้ให้คณะกรรมการพิจารณาถึงความเสี่ยงและระบบการควบคุมภายในที่เพียงพอและเหมาะสมด้วย

            ข้อ 7.3        การบัญชี

  • ปีการบัญชีของสมาคมให้เริ่มต้นตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมในปีนั้นและสิ้นสุดในวันที่30 มิถุนายนของปีถัดไป
  • ให้คณะกรรมการจัดทำบัญชีให้เป็นไปตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินและ มาตรฐานบัญชีไทย  โดยจะต้องจัดให้มีบัญชีลงรายการรับจ่ายเงินและบัญชีทรัพย์สิน หนี้สินของสมาคมที่ถูกต้องครบถ้วนตามความเป็นจริง พร้อมด้วยข้อความอันเป็นที่มาของรายการนั้น และหลักฐานที่จำเป็น

            ข้อ 7.4        ระเบียบปฏิบัติทางด้านการเงินและการบัญชีนอกเหนือจากที่กล่าวข้างต้น (หากมี) ต้องได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่

หมวด 8 ข้อห้าม

             ข้อ 8.1        ห้ามกรรมการ พนักงาน และลูกจ้างของสมาคม ดำเนินการดังต่อไปนี้

  • ดำเนินการใดๆ ที่ผิดวัตถุประสงค์ของสมาคม
  • ดำเนินการใดๆ ที่ขัดต่อกฎหมายหรือศีลธรรมอันดีของประชาชน หรืออาจเป็น
    ภยันตรายต่อความสงบสุขของประชาชนและความมั่นคงของรัฐ
  • ดำเนินการใดๆ ในนามสมาคมที่เกี่ยวข้องกับกิจกรรมทางการเมือง หรือความเชื่อทางศาสนา ซึ่งอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งได้
  • จ่ายเงินของสมาคมเป็นค่าปรับแทนกรรมการ สมาชิก พนักงานและลูกจ้างของสมาคม ที่ทำผิดกฎหมายหรือไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ และข้อตกลงสัญญาต่างๆ ที่สมาคม ทำไว้กับบุคคลหรือหน่วยงานภายนอก
  • ดำเนินการใดๆ ที่เป็นการขัดแย้งทางผลประโยชน์กับสมาคม

 

หมวด 9 การแก้ไขข้อบังคับ

            ข้อ 9.1        ข้อบังคับนี้จะแก้ไขเปลี่ยนแปลง ตัดทอนหรือเพิ่มเติมได้ก็แต่โดยมติของที่ประชุมใหญ่

                               ซึ่งมีคะแนนเสียงเกินกึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุม องค์ประชุม                           ใหญ่จะต้องมีสมาชิกสามัญเข้าร่วมประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของสมาชิกสามัญทั้งหมดหรือไม่น้อยกว่า 50 คน และจะต้องบอกกล่าวเป็นหนังสือ แจ้งเรื่องการเสนอแก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อบังคับให้สมาชิกทราบล่วงหน้าทางไปรษณีย์ ไม่น้อยกว่า 14 วัน ก่อนวันประชุม

           ข้อ 9.2        ข้อบังคับที่ได้แก้ไขตามมติของที่ประชุมใหญ่ ให้คณะกรรมการนำไปจดทะเบียนต่อ
นายทะเบียนในท้องที่ที่สมาคมตั้งอยู่ภายใน 14 วัน นับแต่วันที่ได้ลงมติเพื่อให้มีผล
ใช้บังคับได้ต่อไป

 

หมวด 10 การเลิกสมาคม

            ข้อ 10.1      สมาคม จะเลิกได้ด้วยเหตุใดเหตุหนึ่งดังต่อไปนี้

  • เมื่อที่ประชุมใหญ่ลงมติให้เลิกด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกสามัญที่เข้าร่วมประชุม และองค์ประชุมใหญ่จะต้องไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกสามัญทั้งหมด
  • เมื่อมีเหตุต้องเลิกตามข้อกำหนดของกฎหมาย

            ข้อ 10.2      เมื่อสมาคมมีเหตุต้องเลิก ให้ทรัพย์สินทั้งหมดของสมาคมที่เหลืออยู่หลังจากได้ชำระบัญชีเป็นที่เรียบร้อยแล้วตกเป็นกรรมสิทธิ์ของสภากาชาดไทย

            ข้อ 10.3      เมื่อต้องเลิกสมาคม ให้คณะกรรมการแจ้งต่อนายทะเบียนในท้องที่ที่สมาคมตั้งอยู่ภายใน 14 วันนับแต่วันที่มีการเลิกสมาคม

หมวด 11 บทเฉพาะกาล

            ข้อ 11.1      ให้คณะกรรมการที่ดำรงตำแหน่งอยู่ก่อนข้อบังคับนี้จะมีผลใช้บังคับ ดำรงตำแหน่งต่อไปจนครบวาระตามข้อบังคับเดิม

            ข้อ 11.2      ให้เริ่มดำเนินการเลือกตั้งกรรมการสมาคมและกรรมการตรวจสอบตามข้อบังคับนี้ เมื่อกรรมการเดิมตามข้อ 11.1 ครบวาระ

            ข้อ  11.3     สมาชิกสามัญตลอดชีพ  ที่เปลี่ยนแปลงที่อยู่    โดยไม่แจ้งให้สมาคมทราบ และหรือขาดการติดต่อกับสมาคม    ซึ่งรวมถึงการไม่ได้เข้าร่วมประชุมใหญ่สามัญประจำปี ของสมาคมเป็นเวลาเกิน 2 ปี   นับแต่วันที่ข้อบังคับนี้ใช้บังคับ  ให้คณะกรรมการพักสถานภาพ การเป็นสมาชิกสามัญตลอดชีพของสมาชิกนั้น     เพื่อให้สมาคมมีข้อมูลสมาชิกที่ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน     รวมทั้งเพื่อช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายของสมาคมด้วย แต่หากภายหลังสมาชิกนั้น     ได้ติดต่อและแจ้งความจำนงมายังสมาคม     ขอใช้สิทธิการเป็นสมาชิกสามัญตลอดชีพตามเดิมต่อไป  ให้คณะกรรมการ   กำหนดระเบียบและเรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามควร

            ข้อ 11.4      กรรมการร่างข้อบังคับทุกคนห้ามลงสมัครรับเลือกตั้งหรือรับการแต่งตั้งดำรงตำแหน่งกรรมการใดๆ ของสมาคมเป็นเวลาอย่างน้อย 3 ปีนับแต่วันทีข้อบังคับนี้มีผลใช้บังคับ

            ข้อ 11.5      ในระยะเริ่มแรกที่ยังไม่มีคณะกรรมการเลือกตั้งตามข้อ 4.3. (1) ให้ที่ประชุมใหญ่เป็น
ผู้พิจารณาแต่งตั้งสมาชิกสามัญที่ไม่มีตำแหน่งใดๆ ในสมาคม จำนวนไม่น้อยกว่า 
3 คน ทำหน้าที่คณะกรรมการเลือกตั้งชั่วคราว  เป็นเวลาไม่เกิน 1 ปี นับแต่วันที่เริ่มใช้ข้อบังคับนี้ โดยให้มีอำนาจ ในการกำหนดระเบียบ  หลักเกณฑ์  และวิธีการ เลือกตั้ง  รวมทั้งเป็นผู้ดำเนินการเลือกตั้งกรรมการใหม่ตามข้อบังคับนี้               

 

ภาคผนวก

เรื่อง หน้าที่ความรับผิดชอบของกรรมการตำแหน่งตางๆ ตามข้อบังคับข้อ 4.1.2

………………………………………….

1. นายกสมาคม มีหน้าที่ความรับผิดชอบดังนี้

1)     เป็นผู้แทนสมาคมในการติดต่อกับบุคคลหรือหน่วยงานภายนอก

2)    เป็นประธานในที่ประชุมใหญ่และที่ประชุมคณะกรรมการสมาคม

3)    นำเสนอนโยบาย เป้าหมาย และแผนงานประจำปีต่อคณะกรรมการสมาคม เพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบ

4)    นำเสนอแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อดำเนินงานให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายของสมาคม

5)     ติดตามดูแลและให้ข้อชี้แนะในการปฏิบัติงานแก่ผู้จัดการสมาคม

6)    ลงลายมือชื่อในเอกสารและนิติกรรมการสัญญาต่างๆ ในนามของสมาคม

7)    ให้ความร่วมมือและอำนวยความสะดวกในการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบและคณะกรรมการเลือกตั้ง

8)    ปฏิบัติงานอื่นตามที่คณะกรรมการสมาคมมอบหมาย

2. อุปนายก มีหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้

1)    ปฏิบัติงานตามที่นายกสมาคมมอบหมาย

2)    ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกสมาคมเมื่อนายกสมาคมไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ หรือเมื่อตำแหน่งนายกสมาคมว่างลงก่อนครบวาระ  

     

3. เลขาธิการ มีหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้

1)   ควบคุม ดูแล การดำเนินงานเกี่ยวกับการจัดประชุมใหญ่สมาชิก และการประชุมคณะกรรมการสมาคม ให้เป็นไปอย่างมีระเบียบเรียบร้อย รวมถึงการดำเนินการดังต่อไปนี้

                        -  จัดเตรียมวาระการประชุม

                        -  จัดส่งหนังสือเชิญประชุมพร้อมเอกสารประกอบวาระการประชุม

                        -  จัดทำรายงานการประชุม

                        -  ติดตามผลการปฏิบัติตามมติของที่ประชุม

                        -  จัดเก็บรายงานการประชุมให้เป็นระเบียบเรียบร้อย

2)   ควบคุม ดูแล การจัดทำและการจัดเก็บนิติกรรมสัญญาต่างๆ ที่สมาคมทำไว้กับบุคคลหรือหน่วยงานภายนอก รวมถึงการติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตามนิติกรรมสัญญาต่างๆ ดังกล่าว

3)   ควบคุม ดูแลการแจ้งเปลี่ยนแปลงข้อบังคับของสมาคมและการเปลี่ยนแปลงคณะกรรมการสมาคม ต่อนายทะเบียนภายในระยะเวลาที่กฎหมายกำหนด

4)   ปฏิบัติงานอื่นตามที่นายกสมาคมมอบหมาย

 4. เหรัญญิก มีหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้

1)   ควบคุม ดูแลการรับจ่ายเงินของสมาคมให้เป็นไปอย่างถูกต้องตามความเป็นจริงและเป็นไปตามระเบียบ หลักเกณฑ์ และอำนาจอนุมัติที่คณะกรรมการสมาคมกำหนด โดยได้รับความเห็นชอบจากที่ประชุมใหญ่

2)   ควบคุม ดูแลการจัดทำบัญชีและรายงานทางการเงินให้ถูกต้อง และแล้วเสร็จภายในเวลาที่คณะกรรมการสมาคมกำหนด

3)   นำเสนอ รายงานทางการเงินต่อคณะกรรมการสมาคมเพื่อทราบและพิจารณาทุกเดือน

4)   ควบคุมและดูแลรักษาทรัพย์สินของสมาคมให้คงอยู่ครบถ้วนและมีการใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่า

5)   ปฏิบัติงานอื่นตามที่นายกสมาคมมอบหมาย

 5. นายทะเบียน มีหน้าที่รับผิดชอบ ดังนี้

1) ควบคุมดูแลการจัดทำทะเบียนสมาชิกให้ถูกต้อง ครบถ้วน และเป็นปัจจุบัน

2) วิเคราะห์ข้อมูลสมาชิกเพื่อประโยชน์ในการบริหารจัดการ และนำมาใช้ในการให้บริการแก่สมาชิก

3) รณรงค์การจัดหาสมาชิกใหม่และการดูแลรักษาสมาชิกเก่า

4) ควบคุม ดูแลและตรวจสอบความถูกต้องในการใช้สิทธิของสมาชิก

5) ปฏิบัติงานอื่นตามที่นายกสมาคมมอบหมาย

           

 

 

......................................................

 321
ผู้เข้าชม
สร้างเว็บไซต์สำเร็จรูปฟรี ร้านค้าออนไลน์